• ข่าวและกิจกรรม
  • ศูนย์รับรองคุณวุฒิวิชาชีพสาขา
  • คู่มือมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพสาขา
  • Links
  • ติดต่อเรา
  • การกำหนดหน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence)

    1. สมรรถนะด้านความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่จัดไว้อย่างเป็นระบบ (Scientific Knowledge) หมายถึง ความรู้ทางด้านการวิเคราะห์และการค้นคว้าข้อมูล รวมถึงระเบียบวิธีวิจัย ผ่านการวิเคราะห์เพื่อกำหนดคำถามเชิงวิทยาศาสตร์ การตั้งสมมติฐานอันเหมาะสมที่สามารถทดสอบได้ และการตีความและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา โดยคำนึงถึงบริบทของงานวิจัยที่ประกอบไปด้วยช่องว่าง ข้อโต้แย้ง ข้อจำกัด และความท้าทายของข้อมูล สามารถแบ่งเป็น 3 ทักษะย่อย ได้แก่
    1) ฐานความรู้ (Knowledge Base)
    2) การเชื่อมโยงความรู้กับบริบทแวดล้อม (Broader Field Knowledge)
    3) สหวิทยาการ (Interdisciplinary Knowledge)

    2. สมรรถนะด้านศักยภาพการวิจัย (Research Capacity) หมายถึง การมีทักษะการวิจัยเชิงลึกที่มีความหลากหลายและซับซ้อนยิ่งขึ้น มีเทคนิควิธีการสร้างงานวิจัยที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ โดยนักวิจัยต้องออกแบบการทดลองที่คำนึงถึงความปลอดภัย วิเคราะห์และตีความหมายข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ปราศจากอคติ มีการวิเคราะห์เชิงสถิติที่เที่ยงตรง รวมทั้งมีความสามารถในการสืบค้นและคัดกรองข้อมูลที่สำคัญสำหรับการทบทวนวรรณกรรม สามารถแบ่งเป็น 3 ทักษะย่อย ได้แก่
    1) ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodologies)
    2) การประเมินโครงการ (Project Evaluation)
    3) การนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ (Research Utilization)

    3. สมรรถนะด้านการสื่อสารงานวิจัย (Adaptable Research Communication) หมายถึง การใช้ความรู้และทักษะที่เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อเข้าถึงแหล่งทุนในการวิจัยและเผยแพร่งานวิจัย โดยใช้ทักษะทั้งในส่วนของทักษะการเขียน การสนทนา การสร้างเครือข่าย การสื่อสารระหว่างบุคคล ทั้งนี้ความสามารถด้านภาษาและการสื่อสารเป็นมากกว่าเพียงการเตรียมข้อมูลเพื่อเผยแพร่ เพราะการสื่อสารความคิดเพื่อให้ผู้รับข้อมูลทุกระดับเข้าใจได้ง่าย ถูกต้อง ครบถ้วนนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารเชิงวิชาการ สามารถแบ่งทักษะย่อยได้เป็น
    1) การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการวิจัย (Research Funding Acquisition)
    2) การเผยแพร่ผลการวิจัย (Research Finding Dissemination)

    4. สมรรถนะด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล (Personal Quality) หมายถึง คุณลักษณะและทักษะในการจัดการ รวมถึงทัศนคติของบุคคลที่ส่งผลให้การดำเนินการวิจัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนักวิจัยจะต้องเตรียมความพร้อมและรู้จักลำดับความสำคัญ มีความมุ่งมั่นในงาน ความสามารถในการจัดการเวลาและการตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลง อีกทั้งสามารถสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว (Work-life Balance) ได้ โดยสามารถแบ่งเป็น 6 ทักษะย่อย ได้แก่
    1) ทักษะความเป็นผู้นำและการจัดการ (Leadership and Management Skills)
    2) ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy)
    3) เชาว์อารมณ์ (Emotional Resilience and Intelligence)
    4) ความคิดเชิงสร้างสรรค์และเป็นระบบ (Creative and Systematic Thinking)
    5) ความคิดเชิงรุก (Proactive Mindset)
    6) การจัดการตนเอง (Self-Management)